โดนแล้ว ขนส่งลงดาบ แท็กซี่ไล่ผู้โดยสาร

.

จากกรณีผู้โดยสารร้องเรียนถูกแท็กซี่หัวร้อนไล่ลงจากรถเนื่องจากไม่ยอมขึ้นทางด่วน โดยแท็กซี่อ้างว่าหากไม่ขึ้นทางด่วนจะไปส่งรถไม่ทัน

จากนั้นได้ให้ไปเรียกคันอื่นแต่กลับตามหาเรื่องไม่หยุดและมีการถ่ายคลิปผู้โดยสารพร้อมแท็กซี่คันใหม่เอาไว้ อีกทั้งยังโทรตามพวกให้มาช่วย

โดยผู้โดยสารโพสต์ว่า ตอนแรกโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้ แต่พอผมขึ้นไป เขาถามว่าขึ้นด่วนไหม ผมบอกไม่ขึ้น เขาบอกถ้าไม่ขึ้น เขาจะส่งรถไม่ทัน

หลังจากนั้นผมต่อว่าไปว่า คุณมาทำแบบนี้ได้ไง ทั้งๆที่เส้นวิภาวดีก็สามารถไปได้ คุณจะมาฉกฉวยโอกาสแบบนี้หรอ มันไม่ใช่

ผมเป็นผู้โดยสาร ผมมีสิทธิ์เลือก หลังจากนั้น หัวร้อน ทิ้งผมกลางทาง หน้าศูนย์สิริกิติ์ จะเรียกแท็กซี่คันอื่นให้ แต่ไม่มีใครไป

.

จนมีแท็กซี่ลุงคนที่เห็นตามคลิป เขาไปส่งผม แต่มันก็เดินกลับมาขู่ว่า ร้องเรียนไปแล้วใช่มั้ย จะเอาไง จะจบไม่จบ

ทั้งๆที่ผมต้องไปม.รังสิต ไปตรวจcv และไปดอนเมือง บินกลับบ้านเวลา 16.30 น. สุดท้ายก็ตามที่เห็น มันถ่ายรูปผม ถ่ายป้ายทะเบียนรถลุงอีกคัน และระหว่างนั้นก็โทรตามพวก ให้มาตรงบริเวณนี้ เลยอยากฝากแจ้งเตือนภัย ตอนนี้ผมร้องเรียนแท็กซี่ไปยัง 1584 แล้วครับ

ล่าสุดวันที่ 15 พ.ย. 2564 มีรายงานว่าทางขนส่งสั่งลงดาบแท็กซี่ไล่ผู้โดยสารรายนี้ โดยเรียกให้เข้าพบเพื่อสอบสวนและสั่งพักใบขับขี่และจะส่งอบรมมารยาทต่อไป

โดยคนขับชื่อว่า นายวิทอง สีงาม ซึ่งให้การว่า อยากให้ผู้โดยสารขึ้นทางด่วนไปมหาวิทยาลัยรังสิต เนื่องจากเห็นว่าผู้โดยสารจะไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองไม่ทันในเวลา 16.30 น. จึงให้ผู้โดยสารลงจากรถแล้วไปขึ้นรถคันอื่น ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง
กองตรวจการขนส่งทางบกพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวผู้ขับรถมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 จึงได้ดำเนินการลงโทษ ดังนี้

1. เปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดข้อหาให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนถึงที่หมายฯ และแสดงกิริยาในลักษณะที่ไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร ตามมาตร 57 เบญจ และมาตรา 57 ฉ เป็นเงิน 2,000 บาท

.

2. พักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งส่งเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับเรื่องมารยาทในการให้บริการผู้โดยสารที่ดีและกฎ ระเบียบที่ถูกต้องในการขับรถเป็นเวลา 3 ชั่วโมง และกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป