รพ.ชี้แจงแล้ว หลังหนุ่มโวย ได้ฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ

โฆษณา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่ โพสต์ภาพเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม โดยในเอกสารระบุชนิดวัคซีนเข็มแรกว่า ซิโนแวค ส่วนเข็มที่สอง คือ แอสตร้าเซนเนก้า พร้อมทั้งแสดงความวิตกกังวลว่าจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการที่ได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็มต่างชนิดกัน ซึ่งผู้โพสต์เพิ่งสังเกตเห็นในเอกสารและทราบหลังรับการฉีดผ่านไป 4 วัน ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย.2564 ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายอดุลย์ ดวงสร้อย อายุ 52 ปี ชาวอ.สันทราย ซึ่งเป็นผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของตนเองที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 2 เข็มต่างชนิดกัน ได้เดินทางมาขอคำชี้แจงจากทางโรงพยาบาล หลังพบข้อมูลในใบรับรองการฉีดวัคซีนว่ามีการฉีดวัคซีน 2 ยี่ห้อ จนทำให้เกิดความไม่สบายใจ กลัวจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์

โดย พญ.ลัดดาวัลย์ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ได้พา นายอดุลย์ไปดูขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การลงทะเบียน ตรวจสอบประวัติในฐานข้อมูล รวมทั้งขั้นตอนฉีดวัคซีนที่มีการแยกห้องของวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อ และจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนรับการฉีด

โฆษณา

พญ.ลัดดาวัลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูล ยืนยันว่านายอดุลย์ได้รับวัคซีนซิโนแวคทั้ง 2 โดส แต่ข้อมูลที่ระบุในใบรับรองเกิดจากความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการลงบันทึกข้อมูลชนิดวัคซีนในฐานข้อมูล ทำให้ข้อมูลในใบรับรองมีความคลาดเคลื่อนไปด้วย ซึ่งความความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลได้แก้ปัญหาด้วยการปรับระบบ ให้ใช้วิธียิงบาร์โค้ดของลอตนัมเบอร์วัคซีนแทนการเลือกลอตนัมเบอร์ของเจ้าหน้าที่ เพื่อตัดปัญหาการเลือกไม่ถูกช่อง

พญ.ลัดดาวัลย์ กล่าวต่อว่า รวมทั้งเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบใบรับรองโดยการแนบกล่องวัคซีนให้ผู้รับบริการเพื่อใช้ตรวจสอบ serial number ก่อนออกใบรับรองเพื่อลดความคลาดเคลื่อน ส่วนการฉีดวัคซีน 2 ชนิดในร่างกาย ตอนนี้มีการวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีความปลอดภัย และภูมิต้านทานสามารถขึ้นได้ดีเหมือนกัน ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรและหากฉีดต่างยี่ห้อ ก็ไม่ต้องฉีดซ้ำอีก

นับตั้งแต่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดข้อผิดพลาดในลักษณะนี้ 10 กว่าราย ทุกรายมาจากสาเหตุลงลอตนัมเบอร์ผิดเหมือนกัน และได้แจ้งแก้ไขทั้งหมด และออกใบรับรองที่ถูกต้องให้ใหม่แล้ว พญ.ลัดดาวัลย์ กล่าว

โฆษณา

ด้าน นายอดุลย์ กล่าวภายหลังได้รับการชี้แจงว่า รู้สึกสบายใจขึ้น พร้อมกับฝากทางโรงพยาบาลให้รัดกุมรอบคอบในการบันทึกข้อมูลให้กับผู้เข้ารับบริการ เพราะมีผลกระทบมาก อย่างเช่นตนที่กังวลจนนอนไม่หลับ