เตรียมใช้เงิน คนละครึ่งรอบใหม่

โฆษณา

เกาะติดมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากรัฐบาล ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 เพื่อเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ระลอกสามครั้งนี้

โดยล่าสุด นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือเยียวยามาตรการคนละครึ่งเฟส 3 ว่า สำหรับมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 เบื้องต้นมติ ครม. ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว

โดยจะเป็นการจ่ายเงินเยียวยาทั้งหมด 3,000 บาท แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ไตรมาส 3 จำนวน 1,500 บาท และไตรมาส 4 จำนวน 1,500 บาท

ซึ่งลักษณะของมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 จะคล้ายกับในเฟส 1 และ 2 โดยเป็นลักษณะการร่วมจ่าย (Co-pay) ผู้มีสิทธิสามารถใช้จ่ายได้ไม่เกินวันละ 150 บาท/คน

ทั้งนี้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ไว้ทั้งหมด 31 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่มีสิทธิในมาตรการคนละครึ่ง เฟส 1 และเฟส 2 รายเดิม ทั้งหมด 15 ล้านคน และเตรียมเปิดรับลงทะเบียนใหม่อีก 16 ล้านคน เนื่องจากการเปิดรับลงทะเบียนในมาตรการคนละครึ่งเฟส 2 จำนวน 5 ล้านสิทธิ มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมากและเต็มจำนวนที่เปิดรับอย่างรวดเร็ว ถ้าจะรองรับคนที่มีความต้องการมาก ไม่ต้องตื่นมาแย่งกัน ดังนั้นในครั้งนี้จึงมีระยะเวลาสมัครพอสมควร

โฆษณา

อย่างไรก็ตามเตรียมเสนอมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ให้อนุมัติในรายละเอียด โดยจะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน แล้วถึงเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังคงรอดูสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโควิด-19 ต้องให้สถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น

และประชาชนสามารถออกไปจับจ่ายใช้สอยได้ เบื้องต้นตามแผนได้วางระยะเวลามาตรการไว้ในช่วงครึ่งปีหลัง ตั้งแต่กรกฎาคม-ธันวาคม 2564

ทั้งนี้ในส่วนของการเปิดรับลงทะเบียนมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 เพิ่มอีก 16 ล้านสิทธินั้น ในรายละเอียดการลงทะเบียนต่างๆ ยังต้องหารือกันก่อนและทำระบบให้รอบคอบ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเปิดลงทะเบียนได้เมื่อไร แต่คาดว่าอัดฉีดเม็ดเงินเข้าได้เดือนกรกฎาคม 2564 น่าจะลงทะเบียนได้ครึ่งหลังของปี

นอกจากนี้หากผู้ที่ได้สิทธิในมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 ครั้งนี้แล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิในมาตรการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” รวมถึงผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ก็ไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้

โฆษณา

ที่มา กระทรวงการคลัง