ป่วนหนัก รางวัลที่ 1 นครปฐมโยงแรงงานเมียนมา

โฆษณา

วันนี้ 15 มี.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ ที่สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายโกศล แซ่โค้ว อายุ 42 ปี พ่อค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลชาวจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนสนิท และนายอาทิตย์ ว่องวสุวงศ์ ทนายความ ได้เดินทางมาเพื่อพบกับ ร้อยตำรวจเอกเศกสรรค์ วิชาชัย พนักงานสอบสวน เพื่อมาให้ปากคำหลังจากที่ นายโกศล ได้ถูกนายละม่อม บุญเสือ มาแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 64 เลข 835538 และถูกรางวัลที่ 1 แต่ยังไม่ได้รับสลากและเงินรางวัลดังกล่าว จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท

โดยนายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงศ์ ทนายความ เผยว่าเรื่องดังกล่าว ตนเองได้รับการประสานให้มาดูแลเรื่องดังกล่าวซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่องวดวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ นายโกศล แซ่โค้ว ลูกความได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ เลข 835538 เล่มที่ 10 ชุดที่ 18 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อนำไปขอขึ้นเงินรางวัล เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา กระทั่งได้มีการรับเงินมาเรียบร้อย แต่ไม่กี่วันต่อมา ได้บุคคลได้มาอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากดังกล่าวและได้มาทวงถามกับนายโกศล ที่บ้านเช่าในเขตอำเภอสามพราน สุดท้ายเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 64 ได้มีการมาแจ้งความโดยวันนี้ตนเองจึงได้นำลูกความมาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกและสอบถามว่ามีการแจ้งความไว้ว่าอย่างไร

นายอาทิตย์ ทนายความ กล่าวว่า เบื้องต้นตนเองได้เช๊คหลักฐานทั้งหมดซึ่งนายโกศล ได้ให้ข้อมูลว่าปกติ นายโกศล ซึ่งเป็นพ่อค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะนำสลากมาจำหน่ายซึ่งทุกงวดจะมีการนำสลากมากางบนแผงและถ่ายรูปให้ลูกค้าได้ดูและเก็บไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งครั้งนี้วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 64 ก็ได้มีการตรวจสอบเลขและส่งหลักฐานให้กับลูกค้าทุกคนที่มาสั่งซื้อเอาไว้ได้ดูก่อนวันที่จะมีการออกรางวัลในวันที่ 1 มีนาคม 64 โดยพบว่าเลขที่ถูกรางวัลนั้นเป็นเลขของสลากแบบใบเดียว ไม่ได้เป็นสลากที่ขายเป็นชุดให้ไป แต่ทางผู้แจ้งได้ระบุว่า ได้มาซื้อสลากจำนวนทั้งหมด 5 ชุด เป็นจำนวน 10 ใบ โดยครั้งแรกซื้อแบบ 2 จำนวน 4 ชุดและอีกครั้งคือ 2 ใบ 1 ชุด และได้มารับสลากไปหมดแล้ว ไม่ได้มีตกค้างอยู่ที่ลูกความ เรื่องนี้นายโกศล มีหลักฐานยืนยันได้ชัดซึ่งยังการเตรียมแจ้งความกลับอีกด้วย แต่ต้องรอกระบวนการรับทราบข้อมูลก่อนว่าเกิดจากอะไร วันนี้ที่เดินทางมาก็เพราะมายืนยันความบริสุทธิ์ด้วย

นายโกศล แซ่โค้ว อายุ 42 ปี บอกว่า ตนเองเป็นพ่อค้าสลาก ที่เพิ่งมาเปิดแผงที่วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) ที่มีหลวงพ่อแป๊ะ เกจิดัง เป็นเจ้าอาวาสที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้ราว 5-6 เดือนแล้ว โดยตนเองเคยเห็นว่านายละม่อม เป็นช่างที่ทำงานอยู่ในวัดแต่ไม่ได้สนิทกันและเคยมาซื้อสลากกับตนเองแต่ไม่ได้ซื้อทุกงวด ซึ่งตนเองจำไม่ได้ว่างวดนี้นายบุญลือนั้นได้มาฝากใครมาซื้อหรือไม่ เพราะถ้าคนที่รู้จักมาขอซื้อก็จะมีการเขียนระบุเอาไว้ว่าเป็นของใคร แต่งวดนี้ไม่มีเพราะถ้านายบุญลือมาซื้อตนเองจะเขียนไว้ที่ต้นขั้วว่าของช่างเหมือนทุกทีที่ทำไว้ และงวดนี้ก็ได้ถ่ายหน้าปกสลากชุดที่ถูกรางวัลที่1 เอาไว้คือเล่มที่ 1194 งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 64 10030001 งวดที่ 10 ชุดที่ 18 ไว้เป็นหลักฐาน โดยในเล่มมีเลขเรียงตั้งแต่ 00-99 ซึ่งมีเลข 835538 ที่ถูกรางวัลอยู่ในนั้น

โฆษณา

นายโกศล กล่าวอีกว่า หลังจากวันที่ตนเองเอาสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 ไปขึ้นรางวัลแล้ว ไม่นานก็เริ่มมีคนมาพูดว่าสลากมีเจ้าของคนเป็นคนในวัดแต่ตรวจสอบแล้วไม่มีการสั่งซื้อมา ไม่นานก็เริ่มมีคนไปตามที่บ้านพักทำให้ตนเองเริ่มไม่สบายใจ จึงได้เริ่มเก็บตัวเพราะสลากใบนี้นั้นมีปัญหามาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใครมาดีหรือร้าย จากนั้นจึงได้ให้ญาติและเพื่อนบ้านเป็นคนออกรับหน้า โดยสามารถถ่ายคลิบไว้ได้ 2 ครั้งครั้งแรกมีคนมาตามตัวเอง 2 คนเป็นชายกับหญิงมาสอบถามหาสลากที่ถูกรางวัล ไม่นานก็มีมาอีก 4 คนโดยมีนายบุญลือ ก็มาด้วยตัวเองและมาทวงถามลักษณะพูดไม่ชัดเจนว่าซื้อสลากไว้ 2 ใบมีการฝากคนในวัดมาซื้อ แต่สลากที่ถูกนั้นเป็นเลขที่เป็นเลขตัวเดียว ซึ่งขัดแย้งกัน โดยจะขอให้ทนายช่วยดูเรื่องนี้ด้วย

ทั้งนี้สลากรางวัลที่ 1 ดังกล่าวเคยมีปัญหามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา เมื่อมีผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ชื่อ Nan Sun ได้นำข้อความไปลงลงในเฟซบุ๊กกลุ่ม ข่าวสารนครปฐมนครปฐม ว่ามีชาวพม่ารายหนึ่ง ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ว่าถูกนายจ้างนำเงินไปส่วนหนึ่ง โดยมีข้อความว่า “แรงงานพม่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 6 ล้านบาทไทย แรงงานพม่าให้เจ้านายคนไทยไปขึ้นเงินให้ แล้วจะไม่ยอมคืนเงินรางวัลให้แรงงาน จนแรงงานต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ สรุปเจ้านายไทยขอส่วนแบ่ง สองล้านห้า ส่วนแรงงานพม่าได้คืนสามล้านห้า#ความเห็นแก่ตัวของสังคมมนุษย์ เพราะความไว้ใจ นายจ้างแท้ๆ”

ต่อมา กระทั่งฝ่ายนายจ้างออกมาเปิดใจว่าโดยลูกจ้างสาวชาวเมียนมา อยากซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่แผงอยู่ที่อ.สามพราน ซึ่งเป็นญาติของนายจ้าง จึงติดต่อไปยังน้องสาวของนายจ้าง และให้วิดีโอคอลดูรูปหวยในแผง ซึ่งทางลูกจ้างคนดังกล่าวสนใจ 3 ใบ แต่ยังไม่ตกลงซื้อขาย โดยคนขายบอกว่าหากจะซื้อก็ให้โอนเงินมายังเลขบัญชีของคนขาย แต่ยังไม่มีการโอนเงินใดใด

จากนั้น วันที่ 28 ก.พ.64 เวลาประมาณ 18.00 น. ลูกจ้างได้นำเงิน จำนวน 300 บาท มาให้น้องสาวของนายจ้าง แต่น้องสาวนายจ้าง ยังไม่ได้โอนไปให้คนขาย จนมาถึงวันที่ 4 มี.ค.64 ลูกจ้างคนติดต่อมา และบอกว่าถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 แต่เมื่อสอบถามไปยังคนขาย คนขายแจ้งว่ายังไม่ได้รับเงิน จึงเกิดเป็นประเด็นขึ้นมา สุดท้ายวันที่ 4 มี.ค.64 จึงมีการเจรจาไกล่เกลี่ย และตกลงแบ่งเงินกัน ที่สภ.เมืองนครปฐม โดยสรุปว่าเงินจำนวน 6 ล้านบาท แบ่งเป็นของลูกจ้าง จำนวนเงิน 3.5 ล้านบาท และเจ้าของแผง 2.5 ล้านบาท และยืนยันว่าทางด้านนายจ้างไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ และเรื่องดังกล่าวได้จบลงไปแล้ว ก่อนจะเกิดเรื่องใหม่ซึ่งมีการมาพบพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรีในวันนี้ และยังทราบว่ามี ชายหญิง 2 คนคาดว่าเป็นสามีภรรยามาแจ้งความเพิ่มเติมว่าเป็นเจ้าของสลากเพิ่มเติมอีกด้วย

โฆษณา

ข่าวโดย ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จ.นครปฐม