ป้าไพมณี กลับคำหน้าโบสถ์ ไม่สาบาน

โฆษณา

จากกรณี ห ว ย อลเวง ของ ป้าไพมณี นางรำ จ.สกลนคร ที่ได้จองลอตเตอรี่ไว้กับ เจ๊รัตน์ แม่ค้าลอตเตอรี่ แต่ไม่ได้จ่ายเงิน และลืมไป จนกระทั่งมารู้ตัวว่าถูกรางวัลที่ 1 แต่เจ๊รัตน์บอกว่าขาย ห ว ย ไปแล้ว จนกลายเป็นดราม่า และถึงขั้นท้าทายมาสาบานกันต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ล่าสุด 13 มี.ค. 64 ป้าไพมณี และ เจ๊รัตน์ ได้เดินทางมายังวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดสกลนคร เพื่อมาสาบานตามนัด ซึ่งเป็นการเจอหน้ากันครั้งแรก ทั้งสองได้เดินถือดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปในวิหารพร้อมกัน โดยมัคนายกกำชับทั้งคู่ว่าห้ามสาปแช่งสาบานให้ตายหรือมีอันเป็นไปอย่างเด็ดขาด

ป้าไพมณี กล่าวว่า ขอให้เจอลอตเตอรี่ใบนั้น หากไม่ถูกรางวัลก็พร้อมยอมรับความจริง เรื่องที่เกิดขึ้นยังคุยกันได้ เพราะแม้ว่าจะไม่ได้สนิทกัน แต่ก็เป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน ไม่อยากผิดใจกัน และไม่อยาก อ า ฆ า ต มาดร้ายต่อกัน ส่วนเจ๊รัตน์ ได้กล่าวว่า อยากมาแก้เรื่องที่ถูกกล่าวว่ายักยอกเก็บลอตเตอรี่ไว้กับตนเอง ขอยืนยันว่าไม่ได้เอาไป และมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ อีกฝ่ายนัดจะจ่ายเงินค่าหวยในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ แต่ไม่มาตามนัด ตนจึงต้องขายออกไป เพื่อเอาเงินมาซื้อลอตเตอรี่รอบใหม่ ตนจะเขียนรายชื่อลูกค้าไว้มุมข้างหน้าเท่านั้น และไม่รู้ว่าป้าไพมณีเขียนชื่อไว้ข้างหลังสลากจริงหรือไม่ เพราะตอนทำเป็นตอนกลางคืน

โฆษณา

ยืนยันว่าป้าไพมณีไม่ได้เป็นเพื่อน และไม่ได้เป็นลูกค้าประจำด้วย จึงอยากให้เจอลอตเตอรี่โดยเร็ว และอยากให้คนที่ซื้อมาแสดงตัว เนื่องจากตนเสียหายมาก โดนกล่าวหามากมาย แม้ว่าที่ผ่านมาตนจะพูดความจริงก็ตาม

หลังจากออกมาจากวิหาร ป้าไพมณี กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาสาบาน เพียงแค่มายืนยันความจริงและไม่ได้อยากสาปแช่งใคร ตอนนี้ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว แต่อยากให้ช่วยกันหาลอตเตอรี่ใบนั้นให้เจอ เพราะถ้าหาเจอจะยกเลิกไม่เอาเรื่องเอาความ และไม่อยากให้คนต่อว่าว่าตนแต่งเรื่องขึ้น ส่วนสาเหตุที่ต้องแจ้งความ ก็เพราะอยากให้ตำรวจเข้ามาช่วยตามหา ส่วนเจ๊รัตน์ได้สวนกลับว่า ตนมาวันนี้เพราะตั้งใจมาสาบาน ตามที่อีกฝ่ายท้าทายให้มา และอยากสาบานมาก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงอยากให้สังคมรู้ว่าตนไม่ได้ยักยอกทรัพย์ ที่ผ่านมาตนเสียหายมากหลังจากอีกฝ่ายเข้าแจ้งความ

โฆษณา

ทางด้าน พ.ต.อ. ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผู้บังคับการจังหวัดสกลนคร เผยว่า ตอนนี้ทางตำรวจได้รับเรื่องนี้เป็นคดีอาญาแล้ว ซึ่ง เจ๊รัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา เข้าข่ายยักยอกทรัพย์ ล่าสุดได้สอบปากคำพยานฝ่ายป้าไพมณีไปแล้ว 3 ปาก คือ นางเพ็ญศรี นางสอน และนางทิพย์ ตอนนี้ได้พูดคุยกับส่วนป้าไพมณีเป็นการส่วนตัว ซึ่งป้าไพมณีบอกว่าไม่อยากดำเนินคดีแล้ว และประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย แต่ตามขั้นตอนของกฎหมายนั้นต้องดำเนินคดี ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายเรียกเจ๊รัตน์ก่อน ถึงจะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้ ซึ่งป้าไพมณีก็รับทราบ