พบอีกนับ 10 ราย ถูกเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ

โฆษณา

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ใน ต.ท่าแค อ.เมือง จ.ลพบุรี หลังจากทราบว่ามีผู้สูงอายุทั้งหมด 10 คน ที่ได้รับหนังสือเรียกคืนเงิน โดยได้รับหนังสือตั้งแต่ ปี 2563 ให้คืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เนื่องจากกรมบัญชีกลางระบุว่าเป็นผู้ที่ได้รับเงินซ้ำซ้อนจากภาครัฐ ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับ ยายแสง สุขคุ้ม อายุ 98 ปี เป็น 1 ใน 10 คน ที่ได้รับหมายศาลเรียกรับเงินคืน เป็นจำนวนเงิน 96,321.73 บาท ลูกสาวเล่าว่า แม่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุนับตั้งแต่เดือนละ 300 บาท จนปัจจุบันได้รับเดือนละ 1,000 บาท รับมาแล้วกว่า 38 ปี

แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาแม่ก็ได้รับเงินบำนาญตกทอด ของลูกชายซึ่งเป็นอดีตข้าราชการทหาร เดือนละ 10,000 บาท ขณะเดียวกันในตอนที่มีผู้นำชุมชนเข้ามาสำรวจเพื่อได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ ยอมรับว่า ไม่รู้เรื่องกฎเกณฑ์ห้ามรับเงินจากภาครัฐซ้ำซ้อนกัน หากรู้ว่าจะถูกเรียกเงินคืน ก็จะปฏิเสธไม่รับเงินตั้งแต่ตอนแรก

โฆษณา

นางประทุม เนตรพุกกณะ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาตั้งแต่อายุ 61 ปี ในวงเงินเดือนละ 600 บาท รับมาเป็นระยะเวลา 7 ปี ประมาณกว่า 50,000 บาท ซึ่งตอนแรกไม่ทราบเรื่องระเบียบการรับเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ

พอมาตอนหลังได้รับหนังสือแจ้งมาว่า ตนรับเงินยังชีพของผู้สูงอายุนั้นเป็นการซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญที่ได้รับ เป็นมรดกตกทอดของสามีที่รับราชการทหารอากาศและจากไปในขณะปฏิบัติหน้าที่ ตนเองก็รู้สึกตกใจมากเพราะรับเงินมานานหลายปีแต่เมื่อผิดระเบียบตนเองก็ต้องคืนแต่ก็ขอผ่อนชำระเดือนละ 800 กว่าบาท ในระยะเวลา 5 ปี

นายวรยุทธ เหล็กเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าแค เผยว่า ตั้งแต่ได้ส่งหนังไปให้กับผู้สูงอายุ ทั้ง 10 คน เฉลี่ยคนละประมาณ 40,000 – 90,000 บาท ตอนนี้มีผู้สูงอายุ 8 คน เซ็นหนังสือยินยอมจ่ายเงินคืนภาครัฐแล้ว โดยตกลงผ่อนคืนเป็นรายเดือน ในระยะเวลา 5 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่ยังมีอีก 2 คน ที่อยู่ระหว่างนัดเจรจาไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ซึ่งการเรียกคืนหรือผ่อนชำระ จะไม่ให้กระทบกับชาวบ้าน และช่วยหาทางออกกับเรื่องที่เกิดขึ้น

โฆษณา

ขอบคุณ ข่าวช่องวัน