เจ้าแม่ตะเคียน สิงลุงพล

โฆษณา

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักเธอกันดีอย่ างแน่นอน สำหรับลุงพล ลุงของน้องชมพู ที่ถูกทำร้ า ยจนเสี ยชีวิต จนตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้สักที จนลุงพลได้โด่งดังเป็นพุแตกแล้วตอนนี้ ล่าสุดกรมป่าไม้ได้มีการตรวจตะเคียนเจ้าแม่โสรภี ข้างบ้านลุงพล เบื้องต้นไม่ใช่ไม้ตะเคียนขอนำเนื้อไม้ไปตรวจละเอียด และจากกรณีที่ได้เป็นข่าวดังไปเมื่อไม่นานมานี้เอง กับเรื่องราวของแม่ตะเคียน ว่าเป็นต้นตะเคียนจริงๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ม.ค.64 บนโลกออนไลน์ ก็ได้มีชาวเน็ตแชร์ไลฟ์สดของพระอาจารย์พล ซึ่งเป็นพระที่ลุงพล เคารพนับถือเป็นอย่ างมาก โดยในไลฟ์สด พระอาจารย์พล ก็ได้มีการระบุไว้ด้วยว่า ไม้ที่ลุงพลเอามากราบไหว้ มันคือไม้ตะเคียนของจริง แต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่ตะเคียน หลังถูกเจ้าหน้าที่เฉือนเอาเนื้อไม้ไปตรวจสอบ เปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังโกรธ จึงเข้าสิงลุงพล เพราะเป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่กำลังแสดงอภินิหารและไปเข้าสิงลุงพล

สำหรับความสัมพันธ์ลุงพลกับพระอาจารย์พล วัดดานพระอินทร์ ลุงพลมักจะไปทำบุญถวายสังฆทานอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังไปทำพิธีอาบน้ำมนต์สะเดาะเคราห์ จนพระอาจารย์พลทักว่า “ลุงมีเชื้อชายพญานาค”

เมื่อทีมข่าวย้อนพฤติกรรมของลุงพล ในวันที่ 12 ม.ย.63 ที่ผ่านมา ลุงพลตัดสินใจโกนหัว หลังรู้ข่าวว่ามีพย านเปิดโป่งว่า ลุงพลไม่ได้ขึ้นเขา

จากนั้นวันที่ 28 ก.ค.63 ลุงพลทำพิธีเสร็จ ลุงพลกับป้าแต๋นเดินลงมาจากวัดภูผาแอก แต่ไม่ได้ไปที่ถ้ำ โดยลุงได้ลงมากราบในจุดเดิมคือหินตรงทางเข้า ลุงสวดบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นก็เดินไปหยิบเศษไม้ที่ถูกเผาเป็นถ่าน และเอาเข้าปากเคี้ยว ได้ระบุว่าเป็นการแก้เคล็ดอะไรบางอย่ าง

กระทั่งวันที่ 18 ม.ค.64 ลุงพลก็ได้มีพฤติกรรมบางอย่ าง โดยลงไปนอนกับพื้นกลางแดด ซึ่งชาวบ้านคาดว่าขณะนั้นกำลังเค รี ย ดเรื่องค ดีน้องชมพู่หรือไม่

ขณะที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลุงพลสร้างนั้น พระอาจารย์พลเป็นผู้แนะนำให้สร้าง มีทั้งศ า ลเจ้าแม่โสรภี หรือ ไม้ตะเคียนที่ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไม้มะค่าหนาม ประวัติคือไหลมาพร้อมกับน้ำป่า ติดฝั่งคลองหลังบ้าน ลุงพลจึงอัญเชิญมาไว้ที่บ้าน
ส่วนรูปปั้นพ่อปู่ปาริจิตนาคราช ก็มีการระดมทุนสร้างด้วยการเปิดรับบริจาค ก็เป็นกระแสดราม่าอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะลุงพลตั้งใจจะสร้างให้สูง 7 เมตร และมีฐานลอดได้ จึงต้องระดมทุนเปิดรับบริจาคตั้งแต่เดือน ธ.ค.63 – เม.ย.64 รวมยอดเงินบริจาค 1,311,197.89 บาท ก่อนจะปิดบัญชีในที่สุด
นอกจากนี้ยังมีพ่อปู่ยศสุวรรณนาคา ที่อัญเชิญมาจากวัดด่านพระอินทร์ ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร โดยพระอาจารย์พล ยกให้ลุงพลบูชา มีความสูง 40-50 ซม. ยาว 80 ซม

นายพรภิรม อุระแสง ผอ.ศูนย์ป่าไม้ จ.มุกดาหาร ก็ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบไม้ตะเคียนท่อน ที่ศ า ลแม่ตะเคียนโสรภี ข้างบ้านลุงพล ยืนยันว่าจากการตรวจสอบอย่ างละเอียด พบเป็นไม้มะค่าแต้ หรือชื่อทางการคือไม่มะค่าหนาม ไม่ใช่ไม้ตะเคียนอย่ างที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการให้ลุงพลชี้แจงที่มาของไม้ท่อนนี้ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นไม้มะค่าแต้ แต่ก็จัดอยู่กลุ่มไม้หวงห้าม การครอบครองโดยถูกกฎหมายจะต้องเป็นไม้ที่มาจากที่ดินกรรมสิทธิ์

โฆษณา

เบื้องต้นลุงพล ชี้แจงที่มาของไม้ท่อนนี้ว่า มาจากบนภูเขาไหลลงมาต ามน้ำ ก่อนมาติดอยู่บริเวณคลองข้างบ้าน จึงตัดหัวท้าย และเห็นเนื้อไม้เป็นสีเหลือง จึงเข้าในว่าเป็นไม้ตะเคียน และนำขึ้นมาให้คนกราบไหว้บูชา โดยตั้งเป็นศ า ลแม่ตะเคียนโสรภี หากเป็นไปในลักษณะนี้ก็อาจเข้าข่ายครอบครองโดยผิดกฎหมาย เพราะการนำไม้หวงห้ามขึ้นมาตั้งเป็นศ า ลถือว่ามีเจตนาครอบครอง ส่วนจะเป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมาย และตรวจสอบว่ามีผู้เสี ยหายเข้าแจ้งความหรือไม่

ขณะที่นายวีระ ใสแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน พร้อมคณะนำบันทึกหลักฐาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม เพื่อเอาผิดกับนายไชย์พล ฐานครอบครองไม้หวงห้าม ต ามพรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการเรียกนายไชย์พล วิภา มาสอบปากคำ พร้อมรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนจะดำเนินการตรวจยึดไม้มะค่าของกลางไปเก็บไว้ นอกจากนี้การเคลื่อยย้ายไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุณาตต ามมาตรา 70 พ.ร.บ.ป่าไม้ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า เข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบก็จะแจ้งข้อหานายไชย์พล ต่อไป

ย้อนรอยคำสาบาน นายไชย์พล ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ก.ค.63 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร “หากข้าพเจ้ากระทำผิดต่อน้องชมพู่จริง ขอให้ทำลายชีวิตข้าพเจ้า และขอให้มีอันเป็นไปในเร็ววันด้วยเถิด”

ย้อนรอยคำสาบาน นายไชย์พล ครั้งที่ 2 วันที่ 9 ก.ค.63 ที่วัดถ้ำภูผาแอก “ถ้าข้าพเจ้ามีส่วนรู้เห็นในการต า ยของน้องชมพู่ ขอให้ครอบครัวข้าพเจ้าจงวิบัติ จงฉิบหาย และขอให้ข้าพเจ้าต า ยโหงไปพร้อมกับน้องชมพู่ด้วย”

ย้อนรอยคำสาบาน นายไชย์พล ครั้งที่ 3 วันที่ 28 ก.ค.63 ที่วัดถ้ำภูผาแอก “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการตายของเด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ ขอให้ครอบครัวของข้าพเจ้ามีความสุขความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ พ่อแม่ผู้มีอุปการะคุณจงมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยกันทุกท่านเทอญ”
หลังจากนั้นนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ได้กล่าวคำสาบานอีกครั้ง ต่อหน้าพระอธิการบุญมา , รูปปั้นเหมือนพระอาจารย์ลิ้น และสถูปธาตุพระอาจารย์ลิ้น โดยกล่าวนะโม 3 จบ พร้อมกับกล่าวคำสาบานคนเดียวดังนี้

ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย คุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก พระแก้วมรกต พระสย ามเทวาธิราชเจ้า ผู้ปกปักษ์รักษาประเทศบ้านเมืองแห่งนี้ ทรงโปรดเป็นประธาน ข้าพเจ้านายไชย์พล วิภา ขอสาบานว่าถ้าข้าพเจ้ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการต า ยของเด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา ขอให้ครอบครัวข้าพเจ้า มีอันวิบัติ มีอันฉิบหาย ให้ต า ยตกให้ต า ยโหงไปกับน้องอรวรรณ วงศ์ศรีชา คือน้องชมพู่ ภายในเร็ววันด้วยเถิด

โฆษณา

หลังจากนั้นลุงพลก็ก้มลงกราบ 3 ครั้ง และบอกกับพระอธิการบุญมาว่า ในเรื่องน้ำสาบาน ตนก็ยังยืนยันคำเดิมว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย ากให้ไปดื่มที่วัดพระแก้วมรกต ซึ่งตนก็ตั้งใจไว้แล้ว