ความจริง ใกล้ปรากฏ เปิดรายชื่อ 7 คนสำคัญ เข้าเครื่องจับเท็จ

โฆษณา

จากที่ได้รับรายงาน มีข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนใกล้ชิด น้องชมพู่ มาเข้าสู่กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด

โดยวันที่ 5 ม.ค.64 น้องสะดิ้ง พี่สาวของน้องชมพู่ ถูกเชิญมาเข้าสู่กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นคนแรก โดยใช้เวลาในการสัมภาษณ์ประมาณ 1 ชั่วโมง

หลังจากนั้น นายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ เป็นคนที่สอง ที่ถูกสัมภาษณ์ ก่อนจะเข้าเครื่องจับเท็จโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

และนางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ เป็นคนที่สามที่ถูกสัมภาษณ์ก่อนเข้าเครื่องจับเท็จ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเช่นกัน

ต่อมาวันที่ 6 ม.ค.64 นางจุไรภรณ์ หรือน้าต่าย และ นายเสริม(น้าเขย) ได้ถูกเชิญมาเข้ากระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่นกัน โดยทั้งคู่ใช้เวลาสัมภาษณ์ และเข้าเครื่องจับเท็จ ประมาณ 3 ชั่วโมง

และวันที่ 7 ม.ค.64 เป็นคิวของ นายนรินทร์ หรือน้าแต และ น.ส.สายฝน หรือฝน

โดยผู้เชี่ยวชาญสัมภาษณ์ก่อนนำเข้าเครื่องจับเท็จใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

เมื่อทั้ง 7 คน เข้าสู่กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เสร็จสิ้น ก็เดินทาง กลับหมู่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร โดยรถยนต์ตู้ของ สภ.กกตูม

ย้อนข้อมูล คดีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ อายุ 3 ขวบกันอีกสักครั้ง

น้องหายไปตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนพบเป็นศพอยู่บนป่าเขาภูพานน้อย ในหมู่บ้าน แต่เป็นเวลา 7 เดือนกว่าแล้ว ที่ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด อะไรคือ เหตุแห่งการตายของ น้องชมพู่ หรือคดีนี้มีผู้ร้าย ก็ยังไม่สามารถสรุปคดีได้

แต่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงหลังจากได้รับตำแหน่ง ผบ.ตร. พุ่งเป้าไว้ว่า

โฆษณา

น้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนจุดพบศพบนภูเหล็กไฟได้ด้วยตนเอง เพราะ

1. เส้นทางขึ้นภูเหล็กไฟได้มี 4 เส้นทาง ที่ยากลำบากเกินความสามารถของน้องชมพู่

2. พลังงานจากอาหารมื้อสุดท้ายที่น้องชมพู่รับประทานไปเพียงไข่เจียว 3 คำ น้ำส้ม 1 ขวด ไม่เพียงพอต่อการเดินไปจุดพบศพนั้นแน่นอน

3. จากการสอบถามประสบการณ์ชาวบ้านยืนยันว่าเด็ก 3 ขวบ ถ้าจะขึ้นเขาภูพานน้อย ก็ขึ้นได้มากสุดแค่ชั้น 2 ไม่มีทางไปถึงจุดพบศพแน่นอน

4. กรณีศึกษาการหลงป่า ของ นางทิน เชื้อคมตา ระยะทางพลัดหลงไกลว่าน้องชมพู่ 2 เท่า แต่ชาวบ้านกกตูมชาวบ้านสามารถหาได้เจอภายในคืนเดียว

5. แพทย์ผู้ชันสูตรและกุมารแพทย์ ยืนยืนว่า พัฒนาการของเด็กอายุ 3 ขวบ ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นไปเองได้ ณจุดที่พบศพ กุมารแพทย์ยังชี้ว่าพัฒนาการของเด็กวัยนี้หากหลงทางห่างจากบ้านไป 200 เมตร ยังคงเห็นบ้านตัวเอง และกลับมาได้สภาพศพที่เปลือยกาย ซึ่งพ่อแม่ของน้องชมพู่ยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถถอดเสื้อเองได้

7. พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ที่ตรวจพบเส้นผมน้องชมพู่ 36 เส้น ถูกตัดหรือเฉือนด้วยมีด เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำของบุคคลอื่น เนื่องจากน้องชมพู่ไม่สามารถเฉือนเองได้

8. พ่อ แม่ คนในครอบครัวนิสัยส่วนตัวของน้องชมพู่ กลัวที่สูง กลัวที่มืด กลัวป่า กลัวสุนัข กลัวสวนยาง ที่ผ่านมาของน้องชมพู่ไม่เคยไปในป่าหลังบ้านเลยสักครั้ง พ่อแม่ไม่เคยพาไป

จึงเชื่อได้ว่า มีผู้พาน้องชมพู่ไป และทำให้น้องชมพู่ถึงแก่ความตาย ทั้งทางตรง ทางอ้อม

โฆษณา

แล้วใครคือคนที่พาน้องชมพู่ ขึ้นไป ตามที่ ผบ.ตร.บอกเอาไว้ ไม่นานนี้ คงได้คำตอบ