ชาวราชบุรี ลั่นไม่เอาผู้ป่วยโควิด จากสมุทรสาคร



เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 ม.ค.64 ได้มีตัวแทนชาวบ้านในตำบลเจดีย์หัก ตำบลเกาะพลับพลา และตำบลหินกอง อำเภอเมือง จ.ราชบุรี กว่า 50 คน มารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าสนามมวย ของกรมการทหารช่าง ค่ายบุรฉัตร ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายราชบุรี-จอมบึง หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะพลับพลา พร้อมกับมีป้ายข้อความ พวกเราไม่เอาผู้ป่วย โควิค 19 จากสมุทรสาคร คนราชบุรี ไม่ต้อนรับ เอาไปไว้ที่อื่น และเอาไปไว้ที่บ้าน รมช.สาธารณสุข หลังทราบข่าวว่า ทางรมช.สาธารณสุข เตรียมจะนำผู้ป่วย โควิด 19 จากจังหวัดสมุทรสาครมาไว้ในโรงพยาบาลสนามค่ายภาณุรังสี

แต่ขณะที่บริเวณสนามมวย ของกรมการทหารช่าง ซึ่งอยู่ในความดูแลของค่ายบุรฉัตร กลับมีการจัดเตรียมพื้นที่คล้ายกับจะทำเป็นโรงพยาบาลสนาม เมื่อชาวบ้านไปสอบถามก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทำให้ชาวบ้านต่างก็เกรงว่า ถ้ามีการจัดทำเป็นโรงพยาบาลสนามและนำผู้ป่วยเข้ามาอยู่ก็อาจจะทำให้โรคระบาดดังกล่าวอาจจะแพร่เชื้อออกไป เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวมีหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ล้อมรอบอยู่ จึงเกรงว่าอาจจะทำให้ติดเชื้อไวรัส โควิด 19 ได้

ชาวบ้านบางคนก็ให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาสนามมวยแห่งนี้ไม่ได้มีการใช้งานถูกปล่อยให้รกร้าง จนเมื่อมีข่าวว่าจะมีการขนย้ายผู้ป่วย ออกมาจากจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อลดความแออัด ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาด ขนย้ายข้าวของออก จึงทำให้ชาวบ้านเริ่มสงสัย เมื่อไปสอบถามเจ้าหน้าที่ทหารบางนายก็บอกว่าเตรียมไว้เพื่อรองรับผู้ป่วย โควิด 19 จึงทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ และเดินทางมารวมตัวเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการนำผู้ป่วยมาไว้ที่นี่

ชาวบ้านประท้วง

ต่อมานายยศพล ชัยบุลวัตร ปลัดอำเภอเมืองราชบุรี พร้อมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ได้เข้ามาดุแลความสงบเรียบร้อยพร้อมกับเข้าพุดคุยนายประพันธ์ บุญพริ้ง กำนันตำบลหินกอง ว่าขณะนี้ทางจังหวัดราชบุรี ได้รับหนังสือจากนางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ไว้แล้ว ว่าไม่ต้องการให้มีการขนย้ายผุ้ป่วยโควิด 19 จากที่อื่นเข้ามาในจังหวัดราชบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกัน และบอกว่าถ้าจะมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้ามาจะแจ้งให้กับชาวบ้านทราบ

แต่ชาวบ้านนั้นไม่เชื่อและขอให้ทางปลัดอำเภอช่วยนำเข้าไปตรวจสอบที่สนามมวย ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารกำลังทำความสะอาดพื้นที่อยุ่ แต่เมื่อปลัดอำเภอพาชาวบ้านเดินไปถึง เจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังช่วยกันทำความภายในสนามมวย ก็รีบปิดประตูและขนกำลังพลทั้งหมดขึ้นรถหนีไป โดยไม่ยอมตอบคำถามใดๆกับชาวบ้าน ยิ่งทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าทางทหารนั้นมีการจัดเตรียมพื้นที่ให้เป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยจากจังหวัดสมุทรสาคร ทางปลัดอำเภอจึงรับปากว่าจะทำรายงานเรื่องดังกล่าว รวมทั้งความต้องการของชาวบ้านให้กับทางจังหวัดได้รับทราบ เพื่อยับยั้งไม่ให้มีการขนย้ายผุ้ป่วยจากจังหวัดสมุทรสาครเข้ามาในบริเวณนี้ ชาวบ้านจึงได้ยอมแยกย้ายกันกลับ