ช็อคหนักลุงวัย 63 อาชีพรับจ้างทั่วไป ถูกสั่งยึด อายัดทรัพย์สิน กว่า 130 ล้าน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพิจิตร ชายวัย 63 ปีอาชีพรับจ้างทั่วไป ถูกสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท เนื่องจากมีชื่อเป็นคณะกรรมการบริหารของบริษัทแห่งหนึ่ง ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักหรือข้องเกี่ยวกับบริษัทดังกล่าว บ้านสังกะสีสภาพทรุดโทรมหลังนี้คือ ที่อยู่อาศัยของ นายสุวิทย์ สมบัติวงษ์ อายุ 63 ปีพร้อมภรรยา โดยปลูกสร้างอยู่บนที่ดินของบุคคลอื่น ในต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร นายสุวิทย์ เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำ มีรายได้วันละไม่กี่ร้อยบาท

กระทั่ง เมื่อปลายเดือนพ.ย. 56 ได้รับจดหมายจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่องยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เนื่องจากเขามีชื่อเป็นคณะกรรมการบริหารของบริษัทแห่งหนึ่ง ในเขตกทม. โดยมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเป็นหลักฐานแนบแสดงในเอกสาร

ภาพจาก ช่อง 7

นายสุวิทย์ ยืนยันว่า เขาไม่เคยมอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้ใคร ไม่เคยมีเงินเก็บไม่เคยมีบัญชีธนาคาร แล้วจะนำทรัพย์สินที่ไหนมาให้ยึดหรืออายัด แต่ทั้งนี้จดจำได้ว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยื่นขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่แทนบัตรเก่าที่ชำรุด ทีมสนามข่าวตรวจสอบข้อมูลตามเอกสาร ทราบว่า บริษัทดังกล่าวมีชื่อบุคคล 3 คน เป็นคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจด้านการค้าและทองรูปพรรณ

ภาพจาก ช่อง 7

โดยทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบพบว่า ทั้งหมดได้ร่วมกันออกเลขใช้กำกับภาษีที่มิชอบเเละหลีกเลี่ยงภาษี จึงสั่งยึดและอายัดทรัพย์รวม 113 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 133 ล้านบาท นายสุวิทย์ ระบุลายมือชื่อในเอกสารไม่ใช่ลายมือของเขา ตอนนี้เครียดและกังวลใจมากกับหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ

นายสุวิทย์ เเสดงความบริสุทธิ์ด้วยการเดินทางเข้าพบพนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ตามหมายเรียกฉบับล่าสุด ลงวันที่ 16 พ.ย. 63 ให้การปฏิเสธเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแน่นอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม เเละเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กระจ่างแจ้ง

ขอบคุณข้อมูล ch7.com