บุกจับ 58 แรงงานเถื่อน เตรียมขึ้นรถลอบเข้ากรุงฯ



วันที่ 7 ธ.ค.2563 น.อ.ณัฐวัชต์ วิชกูล ผบ.นรข.เขตอุบลราชธานี น.ต.วิโรจน์ อารียวงศ์สถิตย์ รักษาการณ์ หน.สถานีเรืออำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี พร้อมกำลังฝ่ายความมั่นคง เข้าจับกุมตัวนายพรเทพ จันเสน อายุ 54 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ขณะขับรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮฮ 4045 กทม. ขนแรงงานเถื่อนชาวสปป.ลาว 27 คน ออกจากที่พักแห่งหนึ่ง ริมแม่น้ำโขง ถ.พรหมสิงห์ ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม เพื่อนำไปส่งในตัวจังหวัด

จากนั้นหน่วยความมั่นคงที่ สนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบในห้องพักชั้นเดียวติดกับแม่น้ำโขง 4 ห้อง พบชาวสปป.ลาวอีก 31 คน ที่ลักลอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาจากบ้านใหม่สิงสัมพัน เมืองชนะสมบูรณ์ แขวงจำปาสัก สปป.ลาว หลบซ่อนอยู่ตามห้องพัก เตรียมขึ้นรถกระบะอีก 2 คัน ที่กลุ่มนายหน้าแรงงานเถื่อนนำมารับเดินทางเข้าไปในตัวจังหวัด ส่วนคนขับไหวตัวทัน อาศัยความมืด หลบหนีออไปจากที่พัก

จากการตรวจสอบผาหินหลังที่พัก ซึ่งติดกับแม่น้ำโขงพบว่าเพิ่งมีการถางต้นไม้ เพื่อเปิดเส้นทางเดินขึ้นมาจากท่าน้ำเข้ามาในที่พัก และจากการสอบผู้ที่ถูกจับได้ทราบว่า เพิ่งเดินทางข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาพักในที่พักแห่งนี้เมื่อช่วงเย็น เพื่อเตรียมขึ้นรถเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑล โดยเสียค่าจ้างคนละ 5,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชาวสปป.ลาว ทั้งหมด 58 คน เป็นชาย 27 คน หญิง 31 คน มาที่สถานีเรือโขงเจียม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งพบว่ามีอุณหภูมิร่างกายเป็นปกติ และแรงงานทุกคนสวมหน้ากาก จึงแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจัดทำทะเบียนประวัติแล้วส่งตัวให้ ตม.ลาวคุมตัวไปกักกันตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

ส่วนนายพรเทพ คนขับรถตู้อ้างว่า ได้รับการว่าจ้างจากคนรู้จักให้มารับแรงงานเถื่อนจากที่พักไปส่งในตัวจังหวัดในราคา 3,000 บาท ก็จะถูกดำเนินคดีฐานซ่อนเร้นหรือกระทำการใดๆให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ขณะที่ผู้ประกอบการที่พัก หากการสอบสวนพบไม่ปฏิบัติตามระเบียบการเข้าพักของผู้มาพัก หรือมีส่วนรู้เห็นการนำคนลาวหลบหนีเข้าในประเทศ ก็จะถูกดำเนินคดีฐานให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าวต่อไปด้วย

ด้าน น.อ.ณัฐวัชต์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำแรงงานเถื่อนเข้ามา จึงสนธิกำลังของฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบในรีสอร์ทพบแรงงานชาวและผู้นำพาเป็นคนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ ฝ่ายความมั่นคงมีการจับกุมแรงงานเถื่อนชาวลาวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองได้หลายครั้ง แต่มีจำนวนไม่มากครั้งละสิบกว่าคน แต่การจับกุมครั้งนี้ ถือว่ามีจำนวนมากถึง 58 คน

จึงขอฝากถึงพี่น้องที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำโขงช่วยกันเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อเข้าสกัดกั้นไม่ให้แรงงานเหล่านี้ มีโอกาสนำเชื้อไวรัสโควิด19 เข้ามาระบาดเหมือนกำลังเกิดขึ้นกับจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย เพราะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจอย่างมากด้วย