กระบี่ตอนนี้แทบร้าง โรงแรม ร้านค้าพากันเจ๊ง



จากสถานการณ์การในตอนนี้ ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของ จ.กระบี่ ซึ่งก่อนนี้เคยคราคร่ำไปด้วย นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ แต่ตอนนี้เงียบเหงา ไร้ผู้คนหรือนักท่องเที่ยว ย่านการค้าที่เคยคึกคัก ทุกวันนี้บรรดาผู้ประกอบการร้านค้า พากันปิดกิจการ มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่ยังคงเปิดกิจการอยู่ นอกจากนี้ยังพบว่าร้านค้าหลายแห่ง รวมถึงโรงแรม ที่พัก พากันปิดตัวและขึ้นป้ายประกาศขายกิจการกันจำนวนมาก

วันที่ 14 พ.ย.2563 นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.กระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมาทราบว่า ข่าวลือเรื่องการประกาศขายกิจการของธุรกิจโรงแรมที่พักในหาดอ่าวนาง ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง

โดยเฉพาะโรงแรมขนาดใหญ่ระดับ 3-5 ดาว กว่า 10 แห่งมูลค่ารวมกันกว่าพันล้านบาท ที่ประกาศขายกิจการ เพราะผู้ประกอบการแบกรับภาระต่อไม่ไหว หลังต้องแบกภาระมานานร่วม 8 เดือน มาตรการต่างๆ ที่ออกมาไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้เลย ส่วนผู้ประกอบการรายเล็ก คงไม่ต้องพูดถึง เพราะปิดตัวกันไปเยอะมาก เพราะพื้นที่หาดอ่าวนาง ส่วนใหญ่จะรับ นทท.ที่เป็นชาวต่างชาติ 80-90 เปอร์เซ็นต์

นายเอกวิทย์ กล่าวต่อว่า มาตรการที่ภาครัฐออกมา ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการตอนนี้ คือภาครัฐดูเรื่องของภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้ อยากให้ชะลอไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะผู้ประกอบการไม่มีรายได้จะไปจ่ายในตอนนี้ จึงอยากขอให้ภาครัฐมองที่ปัญหาจริงๆ และต้องแก้ให้ตรงจุด เพราะที่ผ่านมาการกระตุ้นที่ภาครัฐทำออกมา เป็นเพียงการต่อลมหายใจเพียงชั่วคราวเท่านั้น

แต่กลับส่งผลกระทบเพราะผู้ประกอบการ ต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเพื่อเปิดกิจการรับการกระตุ้นในระยะสั้น ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์อย่างแท้จริง แต่ในระยะยาวรัฐต้องดูเรื่องการชะลอการจ่ายเงินกู้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย อาจจะต้องชะลอช่วยผู้ประกอบการในระยะ 2-3 ปี ส่วนกลุ่ม นทท.ยุโรป

ตอนนี้เค้าต้องการจะเดินทางมา แต่ด้วยการที่ภาครัฐไม่มีความชัดเจนในการเปิดให้เข้ามา ทำให้กลุ่มเหล่านี้เลือกที่จะไม่เดินทางมา หากไทยเรามั่นใจในกระบวนการด้านสาธารณสุข ก็ควรประกาศให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติด้วย

ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังประสบปัญหา ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ