เปิดเกณฑ์ การคัดเลือกลงทะเบียนบัตรคนจน รอบใหม่



ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดย จินางค์กูร โรจนนันต์ รองเลขาธิการ สศช. เปิดเผย รายงานสถานการณ์ความยากจนและเหลื่อมล้ำในปี 2562

พบว่าสัดส่วนคนยากจนลดลงจาก 9.85 เปอร์เซ็น ในปี 2561 มาอยู่ที่ 6.24 เปอร์เซ็น ในปี 2562 หรือมีคนจน 4.3 ล้านคน จาก 6.7 ล้านคนในปีก่อนหน้า เมื่อพิจารณาแนวโน้มของความยากจนในระหว่างปี 2541 ถึงปัจจุบัน

สัดส่วนและจำนวนคนจนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 25.8 ล้านคน หรือ 38.63 เปอร์เซ็น ในปี 2541 เหลือ 11.6 ล้านคน หรือ 17.88 เปอร์เซ็น ในปี 2552 และลดลงเหลือ 4.3 ล้านคน หรือ 6.24 เปอร์เซ็น ในปี 2562

ทั้งนี้ สถานการณ์ความยากจนในระยะ 5 ปี หลัง (ปี 2558-2562) พบว่า สัดส่วนคนจนอยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 10 เปอร์เซ็น และมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 ครั้ง คือ ปี 2559 จากผลกระทบของปัญหาภัยแล้ง และในปี 2561 จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศ เงินบาทแข็งค่า และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง

ซึ่งส่งผลสืบเนื่องต่อผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของคนจนในปี 2562 สาเหตุสำคัญเกิดจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยโดยตรง ซึ่งในปี 2562 มีผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ที่ 14.5 ล้านคน

โดยผู้ที่มีบัตรจะได้รับการช่วยเหลือด้านภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันรายเดือนได้แก่ วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น 200-300 บาทต่อเดือน ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน และค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน อีกทั้งบางส่วนยังได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ และเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด อย่างไรก็ตาม แม้สัดส่วนคนจนในปี 2562 จะมีแนวโน้มลดลง แต่การรักษาระดับสัดส่วนคนจนให้อยู่ในระดับต่ำยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

เนื่องจากในปี 2563 ประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤต ซึ่งส่งผลกระทบอย่างต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานเป็นวงกว้าง และยังมีความไม่แน่นอนว่าจะต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ความยากจนในปี 2563 กลับไปแย่ลงอีกครั้ง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยจะพิจารณารายได้ของครัวเรือนประกอบ ประกอบด้วย สามี ภรรยา และบุตร รวมกันเฉลี่ยออกมาต้องไม่เกิน 1.2 แสนบาทต่อปี จากเดิมที่พิจารณาเป็นรายบุคคล และจะมีการให้สวัสดิการเพิ่มเติมด้วย ซึ่งคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนได้ราวเดือน ธ.ค. 2563 นี้ หลังจากที่เลื่อนออกมาจากเดิมที่จะลงทะเบียนช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา