เจ้าหน้าที่ เตรียมปิดคดี น้องชมพู่แล้ว

จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้องชมพู่” อายุ 3 ขวบ เหตุเกิดที่บ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 63 กระทั่งไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาDNAแฝงแต่ผ่านไปเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถคลี่คลายคดีได้

ล่าสุดโลกโซเชียลมีการตั้งคำถามในเฟซบุ๊กของ “น้าแต” น้าชายของน้องชมพู่ ที่หากดูจากไทม์ไลน์บนเฟซบุ๊ก พบว่าหลายโพสต์มีการพิมพ์ทำนองว่า รู้ตัวคนฆ่า แต่พูดไม่ได้ ทำให้คนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมรู้ตัวคนร้ายแล้ว

ขณะที่ น้าแต บอกว่าใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ และการที่โพสต์รูปหลาน และบอกว่าเดี๋ยวจัดให้ เพราะคิดถึงหลาน ตอนมีชีวิตอยู่ อะไรที่ทำให้ได้ก็จะทำให้ ใครโทรมาบอกอะไรตามความเชื่อ ก็พร้อมทำ

ส่วนที่ชาวโซเชียล ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแหวนวงหนึ่งที่เก็บได้ใกล้กับบริเวณที่น้องชมพู่เสียชีวิต ลักษณะเป็นแหวนเงินเกลี้ยง และตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นวงเดียวกับของน้าแตหรือไม่ ซึ่งในช่วงที่น้องชมพู่เสียชีวิต ไม่พบว่า น้าแต ใส่แหวนวงนี้แล้ว โดยน้าแต ชี้แจงว่า แหวนวงนั้น รุ่นพี่ซื้อแหวนมาฝากได้ 7-8 ปีแล้ว ใส่ได้ทั้งนิ้วนางและนิ้วก้อย แต่ตนก็ไม่ได้ใส่มา 6 ปีกว่าแล้ว เพราะแพ้ อีกทั้งทำฟาร์มหนูจึงไม่ได้ใส่ ช่วงก่อนที่น้องหายไป ก็ไม่ได้ใส่แล้ว ไม่แน่ใจว่าเก็บไว้ไหน อาจจะเป็นที่บ้าน ซึ่งหากว่าหาเจอจะนำมาให้ดู

ขณะที่ มีชาวบ้านกกกอก แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน ตั้งข้อสังเกต และให้ข้อมูล อ้างว่า ก่อนน้องชมพู่จะหายไป ระยะหลังพฤติกรรมของพ่อแม่น้องชมพู่เปลี่ยนไป จากที่ไม่ค่อยดุหรือตีลูก ก็พบว่า พ่อดุน้องชมพู่มากขึ้น แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเด็กเริ่มโตและอาจจะซุกซน จึงต้องเปลี่ยนวิธีการอบรม และพ่อยังมีการตีน้องด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อถาม นายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ พ่อมั่นใจว่า ไม่เคยตีน้องเลย มีบางครั้งที่โกรธ แต่ก็ไม่เคยตีเลยสักครั้ง พ่อยังโต้เรื่องที่ถูกขุดคุ้ยว่า ไม่ใช่ลูกแท้ๆ หรือไม่ ซึ่ง นายอนามัย ยืนยันว่า ทั้งน้องสะดิ้ง และน้องชมพู่ คือ ลูกของตน ไม่ใช่ลูกคนอื่น พร้อมกับโชว์ใบสูติบัตรให้ดู และว่าจะให้ยืนยันด้วยการตรวจดีเอ็นเอก็ได้

ในส่วนของลุงพล หลังจากมีคนมาทักว่า ชะตาใกล้ขาดนั้น ลุงพลได้เดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 100 กม. ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เจอกับลุงพล กลางทาง เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา โดยลุงพล บอกว่า เมื่อไปถึง เขาไม่ให้ทำพิธี และอ้างว่า เขาไม่ให้เข้า แต่ยังไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร