เร่งตาม 394 คน สแกน ไทยชนะ เข้าห้างช่วงเวลาเดียวกับทหารอียิปต์



จากกรณีที่นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดไทม์ไลน์ “ทหารอียิปต์” ติดโคโรนาไวรัส หรือ โรคโควิด-19 เข้าออกไทย ไปเดินห้าง ไม่กักตัว ส่วนอีกเคสเป็นเด็ก 9 ขวบ ที่เดินทางเข้าไทยมาพร้อมกับครอบครัวซึ่งเป็นคณะทูต พบติดเชื้อโควิด -19 ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

โดยเคสของทหารอียิปต์ทำเอาชาวระยองวิตกกังวลหนัก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และพบข้อมูลว่าทหารนายนี้ได้เข้าไปใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้ามาด้วย ต่อมาได้มีคนปล่อยคลิป ซึ่งอ้างว่าเป็นทหารอียิปต์ คนดังกล่าว ซึ่งเป็นคลิปที่ทางด้านของกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปถึงห้องของทหารพร้อมด้วยทีมงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อต้องการตรวจอาการ แต่ทหารคนดังกล่าวไม่ยินยอม พร้อมทั้งแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ทางด้านของ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ยอมรับว่าคลิปดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปขอตรวจโควิด กับคณะทหารอียิปต์ แต่ปรากฎว่าเขาไม่ยอมให้ตรวจ สุดท้ายจึงต้องแจ้งสถานทูต และจึงให้ความร่วมมือในที่สุด

ล่าสุดนายแพทย์พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูลมาตรการการแก้ไขปัญหา ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เปิดเผยว่า ขณะนี้ศบค.เตรียมส่งข้อความ (SMS) ถึงบุคคล ที่ไปเดินห้างสรรพสินค้า พร้อมกับทหารอิยิปต์ ในช่วงเวลา 11.00.-15.00 น. จำนวน 394 คน

โดยจะมีข้อความดังนี้ 1.ให้กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน พร้อมสมาชิกในบ้าน 2.ให้ทำบันทึกเดินทางช่วงวันที่ 10 – 14 ก.ค. 63 และ 3.ให้ติดต่อกลับ สสจ.ระยอง ดังนั้นบุคคลที่ได้รับ SMS ดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัดด้วย

“ทหารอียิปต์ ไม่ได้ลงทะเบียนการใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ แต่เมื่อรู้ว่าไปเดินห้างสรรพสินค้าใด ก็ไปตรวจกล้องวงจรปิด และพบว่าเป็นช่วงเวลา 11.00-15.00 น. จากนั้นก็มาตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนทั้งในแอปฯ ไทยชนะ และแพลตฟอร์มไทยชนะ รวมถึงการลงทะเบียนแบบกระดาษ เพื่อจะได้แจ้งให้ประชาชนที่ไปเดินห้างสรรพสินค้า ในเวลาดังกล่าว ให้รับทราบด้วย”

และจากกรณีดังกล่าว การลงทะเบียนใช้แอปฯ ไทยชนะ จะช่วยให้มีการแจ้งประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และขอย้ำเช่นเดิมว่า ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัย มีระยะห่าง ล้างมือ เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 และในครั้งนี้ถือเป็นเคสที่แสดงให้เห็นว่า การสแกนผ่านแอปไทยชนะทุกครั้งก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ ทำให้เราทราบเวลาและจำนวนผู้คนที่ใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ ร่วมกับผู้ที่มีความเสี่ยงได้ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการติดตามมาเพื่อสอบสวนและกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ผู้เช็กอินจำนวน 394 คน แบ่งเป็นผู้ที่ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ 348 คน และใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นไทยชนะ 37 คน โดยทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จ.ชลบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ จะทำการติดต่อไปเป็นการส่วนตัวเพื่อเรียกตัวมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 และทำการสอบสวนโรคต่อไป โดยจะไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงขอให้ประชาชนระวังผู้แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และในส่วนของผู้ที่ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ แต่เดินทางไปยังสถานที่และช่วงเวลาดังกล่าว ขอให้เข้ามารายงานตัวกับกรมควบคุมโรค สายด่วน 1422