ลุงพล เปิดใจ ขอย้ายออกจากหมู่บ้านกกกอก

จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ต่อมากลายเป็นที่จับตามองอย่างมากเมื่อนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เปิดใจยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ ซึ่งทางด้าน ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง ต่อมานั้นเป็นประเด็นอีกเมื่อน้องสะดิ้งบอกไม่ได้หลับ ซึ่งทางแม่บอกให้โกหกเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย ทำให้ไทม์ไลน์เวลา ต่างๆเปลี่ยนไป

จากกรณีดังกล่าวนั้น ในรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตุจากไทม์ไลน์ของนายไชย์พล ลุงน้องชมพู่ วันที่ 11 พ.ค. 63 วันที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น เวลา 09.30 น. กลับมาจากสวนถึงบ้าน และออกไปส่งพระที่วัด ถึงเวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น

ซึ่งก่อนหน้านี้ ลุงพลอ้างว่าขับรถไปส่งพระจริง และพบกับชาวบ้านระหว่างทาง มีการจอดรถพูดคุยกัน ซึ่งมีห้วงเวลาคือ 22 นาทีที่ขับรถจากบ้านไปวัด และมีพยานสามารถยืนยันได้ว่าได้พูดคุยกับลุงพลจริง แต่มีอีก 15 นาทีที่ขับไปโดยไม่มีพยานยืนยัน

ล่าสุด นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ เปิดใจผ่านอมรินทร์ทีวี ว่า ขณะนี้ตนไม่เครียดอะไร เขาสงสัยอะไรตนก็ทำให้หมดแล้ว ตนปลงมาตั้งแต่ที่โกนหัว ตอนนี้มั่นใจมากขึ้นว่าจะไม่ถูกออกหมายจับ มันมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าหมายจับจะไม่ออกที่ตน จากที่ก่อนหน้านี้กังวลเรื่องดีเอ็นเอในรถกระบะ และเอากระเป๋าที่ตนสะพายขึ้นเขาไป ทำให้ตนกังวล หากมีการนำดีเอ็นเอดังกล่าวมาเทียบเคียง มันต้องมีดีเอ็นเอตนแน่นอน เป็นใครก็ต้องตกใจ ทำให้ตนต้องระแวง

ส่วนที่อยากบวชตลอดชีวิต ตนคิดว่าสังคมนี้ไม่หน้าอยู่ ซึ่งตนยังมีห่วง คือ ครอบครัว ตนเชื่อว่าพ่อคงไม่ห้าม หากตนจะย้ายหนีไปจากหมู่บ้านนี้ ตนทำเรื่องดี ๆ แต่ห่วงแค่ว่าลูกกับภรรยาจะอยู่อย่างไร ใครจะดูแล หากมีคนดูแลตนก็อยากบวชตลอดชีวิต เพราะคนเรา “ทำดีไม่ได้ดี ลิขิตชีวิตตนคงต้องไปทางนี้ (บวช)”

ส่วนที่พ่อแม่มาเมื่อวาน พ่อแม่อยากให้ตนกลับไปอยู่บ้านเกิด เพราะเห็นตนทำดีมาตลอด แต่กลับถูกมาสงสัย ไม่รู้ความดีที่ทำมันหายไปไหน ตนก็บอกว่ากลับยังไม่ได้ เพราะตนไม่ใช่คนหนีปัญหา หากตนยอมไปกับแม่ตั้งแต่เมื่อวาน ตนคงต้องถูกจับ เพราะตนไม่จัดการปัญหาให้เสร็จ ตำรวจคงมองว่าตนมีพิรุธ

ตอนนี้มีแนวคิดว่าหากจบคดีนี้ ตนอาจจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งคุยกับป้าแต๋นแล้ว แต่ต้องให้ป้าแต๋นทำใจเสียก่อน เนื่องจากครอบครัวที่ป้าแต๋นรักอยู่ที่นี่ ตอนนี้ยัง 50:50 ที่ตนอยากย้าย เพราะตนทำดีไม่ได้ดี เปรียบเหมือน “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก”