ปารีณา ถึงคราวซวย ป.ป.ช. เคลื่อนไหวแล้ว

จากกรณีเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ น.ส.ปารีณา และนายทวี ในข้อหาบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งติดกับเขาสน เขตรอยต่ออำเภอจอมบึง และอำเภอสวนผึ้ง พร้อมทั้งยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ป่าไม้ และ สปก. โดยนายวีระได้นำพยานและหลักฐานต่างๆ เข้ายื่นต่อพนักงานสอบสวน

ล่าสุด นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึง ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่า เอกสารที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ที่มีระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ

ส่วนการตรวจสอบจริยธรรมของ น.ส.ปารีณานั้น ขณะนี้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนรายละเอียดแล้ว และจะต้องเชิญ น.ส.ปารีณาในฐานะผู้ถูกกล่าวหามาให้ถ้อยคำกับ ป.ป.ช.อีกครั้ง เช่นเดียวกับกรณีการตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ก็ยังอยู่การแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งหมดทุกสำนวน ทาง ป.ป.ช.ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีการดึงเรื่อง และเร่งรัดโดยตลอด เนื่องจากเข้าใจดีว่า เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาธารณะ

นอกจากนี้ยังมีกรณีเกี่ยวพัน น.ส.ปารีณา และนายทวี ไกรคุปต์ ผู้เป็นบิดา เนื่องจากนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ น.ส.ปารีณา และนายทวี ในข้อหาบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งติดกับเขาสน เขตรอยต่ออำเภอจอมบึง และอำเภอสวนผึ้ง พร้อมทั้งยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ป่าไม้ และ สปก.
ซึ่งเรื่องนี้นายวีระได้นำพยานและหลักฐานต่างๆ เข้ายื่นต่อพนักงานสอบสวน และได้มีการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เรื่องต้องหยุดชะงักไปพักหนึ่ง

ส่วน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองและฝ่ายความ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ราชบุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ครอบครองโดยนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตามที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชั่น (คปต.) ได้แจ้งความไว้เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563 โดยการตรวจสอบร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรากฏว่า มีการบุกรุกที่ดินของรัฐ 3 ประเภทคือ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำพาชี เนื้อที่ 17-0-68 ไร่ ทำเป็นทางสัญจรและตั้งถังเก็บน้ำ, พื้นที่ป่าไม้ถาวร เนื้อที่ 207-3-68 ไร่ ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ สร้างบ้านพัก และฟาร์มจระเข้, พื้นที่ป่าไม้ถาวร เนื้อที่ 39-0-48 ไร่ ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์, พื้นที่ป่าไม้ถาวร เนื้อที่ 126-3-64 ไร่ ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และ พื้นที่ป่าไม้ถาวร เนื้อที่ 1-2-84 ไร่ทำเป็นทางสัญจรและตั้งถังเก็บน้ำ รวมพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ 5 แปลงประมาณ 400 ไร่เศษ ซึ่งกรมป่าไม้ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เป็นการกระทำความเอาผิดในการครอบครองตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484