ลุงของน้องชมพู่ ร้องไห้สะอื้นกลางป่า หลังนักข่าวถาม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบีเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ว่า คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน มีความคืบหน้าไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการคลี่คลายคดีไม่ง่าย มีข้อจำกัดเยอะ

ตั้งแต่เรื่องของการพบตัวน้องชมพู่วันที่ 14 พฤษภาคม เวลาล่วงเลยไป 4 วันหลังเกิดเหตุ ทำให้ศพอยู่ในสภาพที่ยากต่อการตรวจหาวัตถุพยาน ส่วนผลการตรวจอสุจิในช่องคลอด เท่าที่ประสานเบื้องต้นทราบว่ายังตรวจไม่ได้ เนื่องจากศพมีการเน่าเปื่อย ดังนั้นเรื่องทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ฝากให้ประชาชนทราบว่า การที่คนมีการสัมผัสกันไม่ได้แปลว่าจะต้องตรวจได้เสมอไป ทั้งนี้แม้มีข้อจำกัดมากเพียงใด แต่ตำรวจก็ทุ่มทรัพยากรสรรพกำลังที่มี โดยตนได้ส่งฝ่ายสืบสวนจากส่วนกลางลงไปในพื้นที่กว่า 3 สัปดาห์แล้ว ได้ทำงานกันทุกวัน และหวังว่าจะได้พยานหลักฐานเพิ่มเติม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ได้จำกัดวงผู้ที่ต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งใกล้และไกล คนในและคนนอก สำหรับสุดท้ายที่อยู่กับน้องชมพู่เป็นคนสุดท้าย จากคำให้การก็มีโอกาสเข้าถึงน้องชมพู่ได้ แต่ต้องดูพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย แต่ไม่สามารถเปิดเผยจำนวนได้ รวมทั้งมีพยานหลักฐานอื่นที่ยังเหลืออยู่บ้าง และได้ให้ทีมสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตอนนี้เจอที่พบศพ แต่เราก็สันนิษฐานว่าอาจจะมีที่เกิดเหตุอื่นอีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้เวลาจะผ่านไปนาน อาจทำให้คนร้ายหลบหนีนั้น หากมีหลักฐานมากพอ ต่อให้หนีก็มั่นใจว่าจะสามารถจับคนร้ายได้ ตอนนี้ตำรวจมุ่งรวบรวมพยานหลักฐานให้มากพอ ที่จะดำเนินคดีกับคนร้าย และขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีการจับกุมแพะแต่อย่างใด

ล่าสุด อมรินทร์ทีวี เดินทางขึ้นภูเหล็กไฟอีกครั้ง โดยมีนายไชย์พล วิภา ลุงของชมพู่พร้อมกับชาวบ้าน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผายล เดินขึ้นเขาเพื่อไปที่จุดพบศพ และไปดูตามขอนไม้ ในจุดที่คาดว่าคนร้ายอาจจะซ่อนเสื้อน้องชมพู่ไว้ หลังจากที่ชาวบ้านได้ยินเสียงหลังจากจุดธูป

ทั้งนี้ เดินทางต่อไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางก็มีการหาเสื้อ และหลักฐานต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่พบ โดยระหว่างทางได้พูดคุยกับนายไชย์พล วิภา ลุงของชมพู่ ระบุว่า ตนมาหาน้องชมพู่บ้าง ซึ่งก็อยากจะพบเสื้อของน้อง อยากจะเจอหลักฐาน แต่หลังจากติดตามข่าวก็ยอมรับว่า เวลาเห็นว่าเจอหลักฐานใหม่ ๆ ก็มีความแปลกอยู่ว่า การวางหลักฐานของคนร้ายที่เรียงกันเป็นจุด ๆ เหมือนกับนิสัยของนายพรานหรือไม่

รวมทั้งมีการถามลุงน้องชมพู่ว่า ตอนนี้ในโลกโซเชียลฯ และหลายคนอาจจะพุ่งเป้ามาที่ตน ว่าเป็นคนร้ายในการก่อเหตุกับหลานตัวเอง ตนยอมรับว่ามีเครียดบ้าง แต่ไม่ได้กังวล เพราะวันที่เกิดเหตุตนก็ไม่ได้อยู่บ้าน ตนยังช่วยออกตามหาอยู่ทุกวัน ตนก็เป็นห่วงและรักน้องชมพู่เหมือนลูกของตัวเอง ยอมรับว่า บางครั้งที่ตำรวจเรียกไปสอบก็เครียดบ้าง เพราะตำรวจก็ถามซ้ำไปซ้ำมา ส่วนใครจะสงสัยว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุก็ไปห้ามไม่ได้ เพราะทุกคนก็มีสิทธิ์สงสัยได้ หลังจากนี้หากตำรวจทำงานเสร็จแล้วความจริงจะปรากฏออกมาเอง พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า เพราะเวลานึกถึงหน้าหลาน ก็จะมีน้ำตาไหลอยู่ตลอดทุกวัน นึกถึงเวลาชมพู่ไปอยู่ด้วย คิดถึงเพราะความผูกพัน

อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าตนไม่ใช่คนก่อเหตุ ตนรักน้องชมพู่ เอ็นดูน้องมาก หากสมมติว่าพ่อแม่เขาไม่เลี้ยง ตนก็สามารถรับขอเป็นลูกได้เลย ซึ่งภรรยาของตนก็อยากได้ลูกสาวอยู่แล้ว ตนขอให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้โดยไม่ได้จับแพะ